เทศกาลสารท
เผยแพร่เมื่อ 16/07/2569
share.label:

กระยาสารท (กะ-ยา-สารท) เป็นขนมไทยโบราณที่มีประวัติความเป็นมาที่ยาวนานและน่าสนใจมากครับ คำว่า "กระยาสารท" แปลตรงตัวได้ว่า "อาหารที่ทำเพื่อทำบุญในเทศกาลสารท" (กระยา แปลว่า เครื่องกิน/ของกิน + สารท แปลว่า เทศกาลสิ้นฤดูฝนเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วง หรือช่วงปลายเดือน 10)
ความเป็นมาของกระยาสารท สามารถสรุปได้เป็น 3 ประเด็นหลัก ๆ ดังนี้ครับ
1. รากเหง้าจากศาสนาพราหมณ์และพุทธ
ขนมชนิดนี้มีต้นกำเนิดมาจาก "ข้าวมธุปายาส" หรือ "ข้าวทิพย์" ของอินเดีย ซึ่งเป็นข้าวที่หุงด้วยนม น้ำผึ้ง น้ำอ้อย และธัญพืช เพื่อบูชาเทพเจ้าในศาสนาพราหมณ์-ฮินดู ต่อมาเมื่อพระพุทธศาสนาเผยแผ่เข้ามาในไทย คนไทยจึงรับเอาวัฒนธรรมการปรุงข้าวนี้มาปรับใช้ กลายเป็นการทำบุญ "ตักบาตรน้ำผึ้ง" และ "ตักบาตรกระยาสารท" ในช่วงวันสารทไทย
2. เทศกาลสารทเดือนสิบ (สารทไทย)
กระยาสารทจะทำกันปีละครั้งเท่านั้น คือใน วันแรม 15 ค่ำ เดือน 10 (ประมาณช่วงเดือนกันยายน-ตุลาคม) ซึ่งเป็นช่วงที่พืชพันธุ์ธัญญาหาร ข้าวปลาอาหารเริ่มอุดมสมบูรณ์และออกผลเป็นครั้งแรกของปี คนโบราณจึงนำผลผลิตแรกเก็บเกี่ยวเหล่านี้ (เช่น ข้าวเม่า ข้าวตอก ถั่ว งา) มาปรุงเป็นขนมเพื่อ:
อุทิศส่วนกุศล ให้แก่บรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้ว
แสดงความกราบไหว้แม่โพสพ และเทวดาที่ช่วยดูแลพืชผล
3. การผสมผสานวัตถุดิบท้องถิ่นของไทย
แม้จะได้รับอิทธิพลมาจากอินเดีย แต่คนไทยเราได้ดัดแปลงวัตถุดิบให้เป็นของพื้นบ้านที่หาได้ง่ายและถูกปากคนไทย โดยนำส่วนผสมหลัก 5 อย่างมาเคี่ยวรวมกัน คือ:
ข้าวเม่า (ข้าวเปลือกกล้วยตากที่ยังไม่แก่จัดนำมาคั่วแล้วตำ)
ข้าวตอก (ข้าวเปลือกที่คั่วจนแตกออกเป็นสีขาว)
ถั่วลิสง
งาขาว/งาดำ
น้ำตาลมะพร้าว เคี่ยวกับกะทิและแบะแซ (เพื่อให้เหนียวเกาะตัวกัน)
เกร็ดน่ารู้: นิยมกินกระยาสารทคู่กับ "กล้วยไข่" เพราะรสชาติหวานมันและเหนียวหนึบของกระยาสารท จะตัดกับความหวานอมเปรี้ยวนิดๆ และเนื้อนุ่มของกล้วยไข่ได้อย่างลงตัวที่สุด...
แกลเลอรีรูปภาพ
